เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้ฟังอัลบั้มใหม่ของ Arashi หรือยังคะ?? 
 
 
ชอบเพลงไหนกันบ้างเอยย
 
สำหรับเรานะ ถ้าไม่นับเพลงที่ออก Single นะ เราชอบ Joy,always, solo ของ Nino,Sho,Aiba,MatsuJun,Ohno(เนื้อภาษาอังกฤษยาวมากก) สรุปชอบทุก solo เลย 55+ แต่พอฟังไปฟังมา ไปๆมาๆชอบทุกเพลงแฮะ อยากไปดูคอนจังเลยยย แต่คงยากมากกก
 
++++++++++++++++++++++++++++
 
เพลงไหนที่อยากแนะนำเป็นพิเศษไหม?
 
ไอบะ : เพลง "Niji no Kakera ~no rain, no rainbow~" ครับ เป็นเพลงที่อ่อนโยน และ ยังให้กำลังใจคุณได้ด้วย
มัตสึจุน : ผมว่าน่าจะเป็นเพลง always มันเท่และบ่งบอกถึงอาราชิในตอนนี้
นิโนะ : morning light เพราะว่าเพลงนี้แต่งโดย Dr.Hardcastle ถึงแม้ผมจะไม่รู้เลยว่าคนๆนี้เค้าเป็นใครกันแน่
โอโนะ : morning light เพราะผมรู้สึกได้ถึงพลังที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในทำนองเพลง
โช : Joy พวกเราเข้าห้องอัดเสียงด้วยกัน เพื่อที่จะรักษา feeling ให้เหมือนในเดโม่เทป
 
P.S. ชอบคำตอบโนะมากกก กวนได้ใจจิงๆ แต่ชื่อคนแต่งฮามากค่ะ
 
++++++++++++++++++++++++++++
 
Credit : say-it-again @ LJ 
 
แอบอยาก Review เพลงทั้งอัลบั้ม จัดไป....
 
My Review :: Arashi Album : Beautiful World (Release Jul 6,2011)
*คำเตือนก่อนอ่าน = ฟังแต่เพลงนะคะ ไม่ทราบเนื้อหาเพลงมาก่อน อาจมีอาการมั๋วเกิดขึ้นได้ใน review นี้
 
1) Rock this
เริ่มด้วยดนตรีเบาๆ แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นอีกแนว ชอบเพลงนี้ตรงที่ว่า มี Rap ของทุกคนเลย ชอบของโอจังที่สุดเลยค่ะ 
 
2)Mada Minu Sekai e
ชอบมากกกก ถึงจะ Electronic ไปหน่อย แต่ทำออกมาได้ลงตัว เสียงของแต่ละคน ร้องได้ถูกท่อนด้วย แต่เสียงโอจังเด่นเหมือนเดิม 55+ ก็งี้แหละคนมันเสียงดี
 
3)Love Rainbow
ชอบดนตรีเริ่มมากค่ะ ก่อนหน้าที่ช่วงที่ออกซิงเกิ้ลนี้ใหม่ๆ ฟังเกือบทุกวันเลย ชอบทุกท่อนของเพลงนี้ ไม่ชอบอย่างเดียวคือ PV(หรือ MV) รบกวนทำให้มันดีกว่านี้ได้ไหมอะ 
 
4)always
ชอบที่โอจัง เย้ เย้ โว้ มากมายยย อยากให้มากระซิบแบบนี้ข้างๆหู 55+ แอบดูปกซีดี พบว่า ทำนองเพลงนี้คนแต่งคนเดียวกับเพลง Love Rainbow เป็นคนต่างชาติชื่อ Dyce Taylor ค้นจาก google แล้ว ไม่พบข้อมูลเพิ่มเติม (บอกเพื่อออ)
 
5)Shake it - Jun's Solo
แอบรู้สึกว่าจุนเธอแหวกแนว แต่ก็ดูน่ารักดีนะคะ ดูขี้เล่นๆ นึกถึงถ้าเพลงนี้มี PV ท่านจุน ต้องเต้นในคลับล้อมรอบไปด้วยผู้หญิงมากมาย แล้วก็เล่นหูเล่นตากับกล้องและสาวๆข้างๆ 55+ มีแอบแรปด้วย อยากจะแอบบอกว่าชอบจุนจ๋า แรปมากกก ตั้งแต่ Remarkable นู้นแล้ว เสียงเธอแรปเพราะอะ
 
6)Niji no Kakera ~no rain, no rainbow~
เพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกโลกมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น ไม่มีฝน ก็ไม่มีสายรุ้ง เหมือนกับอาราชิซังจะบอกเราว่า คนเราก็ต้องเจอเรื่องทุกข์ยาก เรื่องเหนื่อยล้าก่อน ถึงจะได้เจอเรื่องสดใส S m i l e :)
 
7)Dear Snow
อยากจะสารภาพว่าเป็นเพลงที่ฟังน้อยที่สุดอันดับ 2 ชอบไปฟัง Theme ของ Ooku มากกว่า 55+ แต่พอมาฟังใหม่ก็เพราะและเข้ากับ Ooku มากๆ ชอบที่โนะจังมีโซโล่สั้นๆ(เหมือนตอน Beautiful day เลย) อ๋อ เพลงนี้ขัดใจกับ PV เหมือนกัน ไม่มี Making ง่ะ
 
8)Hung up on - Ohno's Solo
แอบมีชายโชมา Rap?(ไม่น่าใช่นะ เหมือนมาพูดให้เท่ๆก่อนโอจังร้อง) อยากจะบอกว่าฟังครั้งแรก แทบไม่รู้เลยว่าร้องภาษาอังกฤษท่อนไหนบ้างงง เจ้าตัวยังมีบอกเลยว่า ร้อง Hung up on ฟังเหมือน Hanako (ลองฟังจิ เหมือน Hanako) อยากจะดู Live มากกกที่สุดในทุกๆคนเลย อยากดูว่าท่อนทำนอง โอจังจะเต้นแบบไหน แต่คิดไปแล้วว่าต้องเท่แน่ๆ ^_^
 
9)Joy
ชอบตั้งแต่ตอนดู Camping Trip แล้วค่ะ นี้คือเพลงที่ทั้ง 5 หนุ่มอัดพร้อมกัน คือปกติอาราชิจะไม่อัดเสียงพร้อมกัน ต่างคนต่างอัดแล้ว producer ก็เอามารวมกันเอง (ขอคารวะท่าน producer!!) เพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกว่าอาราชิได้โตขึ้นหน่อยนึง อยากรู้ว่าในคอนจะร้องออกมายังไงมากมาย ท่าเต้น จะมีไหม? 
 
10)Doko ni Demo Aru Uta - Nino's Solo
เริ่มเพลงมาดนตรีเบามากกก แล้วก็ค่อยๆหนักขึ้น กลายเป็นเพลงที่เราเหมือนเคยฟังเมื่อตอนยุค 90's ชอบตั้งแต่ฟังในรายการคุณโนะแกแล้ว เพราะ เนื้อหากินใจ เสียงคุณเธอก็เข้ากับเพลงมากกก พ่อหนุ่มคนนี้เก่งทุกอย่างจิงๆ 
 
11)negai
เพลงดูลึกลับๆ ตอนแรก แต่ตอนหลังค่อยคลี่คลายขึ้น(เอ๊ะ เราใช้ภาษาไทยได้วิบัติมากก) ไม่ได้ชอบมาก แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบขนาดนั้น แต่ไม่ค่อยได้ฟังเพลงนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าได้ดู Live อาจจะชอบมากกว่านี้ (เป็นอาการนี้ทุกครั้งที่ดู Live 55+) อ๋อ ตอนฟังครั้งแรกนึกว่าเป็นนี้เป็นเพลง Solo โอจัง 55+ ร้องซะยาวเลย
 
12)Lotus
ชอบมากกก ชอบท่าเต้น ชอบ PV ทุกคนผมเป๊ะชุดเป๊ะ เพลงแบบนี้แหละที่ต้องการ ชอบท่อน อา อา อา อา ของโนะและโอจังมากมาย ตอนออกมาใหม่ๆฟังไม่ต่ำกว่า 3 รอบ ทุกวัน เพลงนี้เอามาเล่นกะเปียโนก็เพราะนะ ลองหาได้ใน Youtube
 
13)Janakute - Aiba's Solo
ตั้งแต่ฟัง Solo บะจัง ชอบทุกเพลงเลย เหมือนคนแต่งเค้าตั้งใจแต่งให้บะจังโดยเฉพาะเลย ดูขี้เขิน น่ารัก น่าหยิกมากมาย เพลงนี้ใครไม่ชอบ ควรจะไปเช็คสมองได้แล้ว 55+ จิงๆบะจังเสียงไม่ดีเท่าโอจังหรือโนะ แต่ก็มีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์มากก
 
14)morning light 
อยากสารภาพว่าแยกเพลง negai กับ morning light ไม่ได้ซักกะที มันคล้ายกันอะ ดูลึกลับเหมือนกัน แต่เพลงนี้จุนร้องคนแรก แต่ชอบท่อน Chorus ที่อยู่ๆก็เร็วขึ้น นึกถึงอาราชิกำลังวิ่งๆๆๆตรงท่อนคอรัส
 
15)to be free
เป็นเพลงที่ฟังน้อยที่สุดอันดับ 1 ทำไมก็ไม่รู้ แต่ฟังในคอนก็เพราะ สงสัยเรารู้สึกว่ามันเรื่อยๆ แต่ชอบท่อนที่โนะ ad-lib เย้,,,,!!!! ท่อนหลังๆและตามด้วยโอจัง Oh yeah! ถ้าได้ดูในคอนโนะจะ adlib เพิ่มด้วย
 
16)Kono Mama Motto - Sho's Solo
อยากจะถามว่า จะน่ารักไปไหนคะ?? อยากให้รักหรอคะ? 55+ เป็นเพลงที่หวานมากๆ หวานสุดของชายโชเลยก็ว่าได้ แต่ยังอุตสาห์ยัดท่อนแร๊ปเข้ามาได้ เยี่ยมมาก! ถึงเสียงโชจังจะเหมาะกับแร๊ปมากกว่าร้อง แต่เพลงนี้ให้ไปเลยทั้งใจ 55+
 
17)Hatenai Sora
ชอบอีกแล้ววว ความหมายดี ให้กำลังใจ ตามสไตล์อาราชิเลย ยิ่งฟังเพลงนี้พร้อมๆกับดู Freeter จะรู้สึกชอบขึ้นอีก ชอบตรงก่อนคอรัสที่เค้าตีจังหวะถี่ๆอะคะ (ฟังเพลงนี้แล้วก็จะเข้าใจความหมาย) อยากฟังเวลาขาดกำลังใจมากๆ ซึ่งก็คือตอนนี้ 55+
 
18)Tooku Made
เพลงนี้เหมือนเพลงโฆษณาอย่างแรงงงง ถ้าให้เจาะจง โฆษณา JAL มันเรื่องจริงนินะ 55+ เพลงดูสดใส ร่าเริง พร้อมกระโจนไปบนท้องฟ้าเหมือนในโฆษณาจริงๆ ฟังเพลงนี้แล้วอยากยิ้มตามความรู้สึกเพลง ^_^
 
P.S. พรุ่งนี้จะไป Japantown ที่ซานฟราน จะแอบไปดูที่ Kinokuniya ว่า อัลบั้มมาอะยังนะคะ แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วอะ
 

edit @ 10 Jul 2011 14:04:49 by - Noya -

++ ขั้นตอนการขอวีซ่าอเมริกาที่แสนจะยุ่งยาก ++ Version 2011

 

1)      กรอก DS-160 ต้องเข้าไปกรอกที่เวปนี้ DS-160 Form :: https://ceac.state.gov/genniv/

อ๋อ อย่าลืมถ่ายรูปแล้วขอ Soft file เค้าด้วยนะ มันจะมีหน้านี้ ที่ให้เรา browse รูป แล้วทำให้มันมีขนาดเท่าที่ สถานฑูตเค้าต้องการ แอบจำไม่ได้แล้วค่ะว่าตรงไหน แต่ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไรนะคะ วันที่สัมภาษณ์ก็เอารูปไปด้วย 1 ใบ

 

การจะกรอก DS-160 ได้ เราก็ต้องมีข้อมูลอยู่ในมือก่อน พวกเอกสารจากทางมหาลัย เอกสารเราเอง พวก passport ที่อยู่ ข้อมูลการเรียนของเรา I-20 เค้าจะให้เราใส่ Code ที่อยู่ใกล้ๆกับ Barcode ค่ะ และระหว่างทำควรจะ save ไว้(ทั้งเป็นแบบ Soft file เค้าก็จะมีให้ save ด้วยนะคะ) เรื่อยๆนะคะ ตอนกรอกตอนแรกเค้าจะให้รหัสเรามา ก็จดไว้หรือ copy/paste ไว้ก่อน เพื่อกันไว้หากคอมเราเกิดอาเพศอันได้ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากรอกใหม่

พอกรอกเสร็จเค้าจะมีหน้านึงเป็น Barcode ให้เรา ก็ print ตัวนั้นออกมา ตัวนี้สำคัญมากๆนะคะ อย่าลืม print

 

2) พอกรอก DS-160 เสร็จแล้ว ก็ไปจ่ายค่า SEVIS Fee (เฉพาะนักเรียนต้องจ่ายค่ะ) ที่เวปนี้ :: https://www.fmjfee.com/i901fee/ กดเข้าไปที่ Proceed to I-901 Form and Payment ใช้บัตรเครดิตจ่ายได้เลยค่ะ

แล้วใช้ใบเสร็จนั้น(ที่มันจะขึ้นมาให้ตอนจ่ายเสร็จ) เอาไปยื่นวันสัมภาษณ์ค่ะ จิงๆรอใบเสร็จจริง(แบบสวยงาม)ที่เค้าจะส่งมาก็ได้ แต่ถ้าไม่ทันจิงๆก็ใช้ใบเสร็จ Print out ไปก่อนก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่เค้าจะมีให้เลือกว่าจะส่งใบเสร็จจริงแบบด่วนไหมด้วย ก็แล้วแต่ละกันนะคะ ระยะเวลาการส่งของเค้า ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 เดือน นานมากกก

 

3) การขอวันสัมภาษณ์ ต้องไปซื้อ pin ที่ไปรษณีย์ไทยก่อนนะคะ จะได้รหัสในใบเสร็จมา (แอบจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ซื้อมาเก็บไว้ก่อนก็ได้ มันมีอายุ 3 เดือนค่ะ)

แล้วก็ไปที่เวปนี้ https://thailand.us-visaservices.com/forms/default.aspx (เปลี่ยนเป็นภาษาไทยได้นะคะ ตรงมุมซ้าย) ไปที่ ข้อมูลวีซ่าและการนัดหมาย จากนั้นก็สร้าง log in Username Password อะไรกันไป ก็กดต่อไปเรื่อยๆ ถามอะไรก็ตอบความเป็นจริง เค้าจะถามรหัสของ DS-160/I-20 ด้วยนะคะ ก็กรอกไป

แล้วก็กดๆไปเรื่อยๆก็จะเจอหน้านัดหมายวันสัมภาษณ์ ถ้ามีวันว่าง มันจะเป็นสีเขียวค่ะ (อยากรู้ว่าจะมีเขียวเมื่อไหร่ เข้าไปที่ pantip ห้องไกลบ้าน http://www.pantip.com/cafe/klaibann/ บ่อยๆนะคะ เค้าจะมาบอกให้ว่ามีวันเขียวแล้วในกระทู้) ถ้าไม่มีสีเขียว ก็รอต่อไป ตอนที่คนเขียนได้วันก็ตอน 8 โมงเช้า ของวันรุ่งขึ้นค่ะ หมั่นเข้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็เจอเอง

แต่ถ้ารีบจริงๆ ก็ขอทางสถานทูตได้ค่ะ โดยอีเมลล์ไปหาเค้า

 

การนัดหมายกรณีเร่งรัด:

ผู้ยื่นคำร้องต้องกำหนดวันนัดหมายเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า และส่งอีเมล์มาที่ visasbkk@state.gov สำหรับสถานกงสุลที่กรุงเทพฯ หัวข้ออีเมล์ระบุ: คำร้องขอเร่งรัดการนัดหมายขอวีซ่าชั่วคราว  และระบุ หมายเลขยืนยันการนัดหมาย ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และเหตุผลที่จำเป็นต้องขอเร่งวันนัดหมาย

 

4) เตรียมตัวไปสัมภาษณ์

สรุปเอกสารที่เค้าเอาไปจากเราก่อนนะคะ (เอกสารอื่นใส่ไปแต่เค้าคัดออกหมดเลย เค้าบอกว่าอันอื่นเจ้าหน้าที่จะขอเองตามเหตุการณ์)

 

1.Passport เล่มปัจจุบัน+Passport เล่มเก่าที่มี VISA อเมริกาเก่าอยู่

2. I-20 ที่ได้จากโรงเรียน

3.ใบเสร็จ SEVIS FEE ที่จ่ายผ่านเวปด้วยบัตรเครดิต

4.Transcript/ใบจบ ตอนปริญญาตรี

5.ค่า VISA $140 จ่ายที่ไปรษณีย์ไทย

6.จดหมายตอบรับเรียนที่ได้จากทางมหาลัย

 

เอกสารอื่นๆเอาไปเผื่อก็ดี เอาไปเกินไม่เสียหาย เอาไปขาด....จะหาได้จากไหนล่ะ!!?!!

 

::: คำถามที่เค้าถาม ::: ถามเป็นภาษาอังกฤษนะคะ

1. ทำไมจะเข้า US? > ก็บอกว่าไปเรียน

2.เรียนอะไร

3.เรียนเกี่ยวกับอะไร

4.ทำไมถึงเรียนคณะนี้

5.กลับมาไทยจะทำงานอะไร

6.จบอะไรมา คณะอะไร (พอดีเค้าเปิดไปเจอ Transcript)

7.ใครออกค่าใช้จ่ายให้/แล้วพ่อแม่ทำงานที่ไหน

8.ทำงานที่ไหนมาก่อน?(พอดีออกมาได้เกือบ 8 เดือนแล้วค่ะ)

ที่สำคัญต้องตอบทุกอย่างเป็นความจริง!!

 

::: Pitstop ต่างๆในสถานฑูต :::

1.ประตูเข้า >> ต่อแถวก่อน ไปก่อนเวลาซัก 1 ชม.กำลังดีค่ะ ถึงยังไม่ใช่เวลานัด เค้าก็จะปล่อยให้เราเข้าไปข้างใน เป็นเซตๆ อย่าพรวดพราดเข้าไปนะคะ ให้เค้าเรียกก่อน (คนเขียนได้รอบบ่ายค่ะ)

2.จุดเช็คชื่อ >> ยื่นให้เค้าแต่ ใบ Confirmation DS-160 ที่เป็นใบเดี่ยวๆ มี barcode กับ Passport เล่มใหม่ เค้าจะเขียนอะไรซักอย่าง บน ใบ Confirmation แล้วก็คืนมาค่ะ

3.จุดฝากเครื่องใช้ Electronic >> ฝากมือถือ/และของตระกูล I เช่นIphone/Ipad/Ipod/BB/กล้อง/เพจเจอร์(ยังจะมีกันอยู่ไหมเนี่ย)/laptop และอื่นๆ เค้าจะให้บัตรสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆมา แล้วก็อย่าลืมหยิบที่ห้อยบัตรมาด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในการถือ จะได้ไม่หล่นหายด้วย

4.จุดสแกนร่างกาย >> กระเป๋าก็ต้องโดนสแกนด้วยนะคะ

**ก่อนออกจากห้องนี้อย่าลืมหยิบใบฟ้าๆที่ไว้กรอกข้อมูลที่อยู่เราด้วยนะคะ

5.จุดคัดแยกเอกสาร >> ก็เอาเอกสารของเราไปให้เค้าดู ว่าจะเอาอันไหนบ้าง แล้วเค้าก็จะคัดออกมาให้เราเก็บไว้ เอกสารที่เค้าจะใช้ ก็จะมีแฟ้มใสใส่เองค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเอา Portfolio อลังไปนะคะ เดี๋ยวจะเสียเวลาหยิบออกกัน จากนั้นเค้าจะให้เราไปเขียนใบฟ้านั้น แล้วกลับมาหาเค้าอีกที แล้วเค้าจะบอกว่าเราต้องไปช่องไหนต่อค่ะ

6.จุดสัมภาษณ์เบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ไทย+สแกนนิ้วด้วย >> ก็ยื่นเอกสารที่จุด 5 คัดให้แล้วเค้าก็จะถามเบื้องต้น ไปทำอะไร ขอวีซ่าอะไร ไปนานแค่ไหน มีญาติอยู่ที่นั้นไหม กรอกฟอร์มนี้เองไหม มีคนนึงข้างหน้าเรา เค้าคงทำ DS-160 ผิดไป ไปกรอกว่า passport นี้ออกที่ Taiwan คือ ประเทศเรากับ Taiwan มันใกล้กันใน drop down listอะคะ เพราะฉะนั้น เวลากรอก DS-160 ระวังด้วยนะคะ!!! ...... จากนั้นเค้าจะให้คืนแฟ้มใส+บัตรคิวสัมภาษณ์วีซ่าให้เรา อ๋อ มีให้สแกนนิ้วมือด้วย ทั้งสองข้าง(4นิ้วชิด)+หัวแม่โป้งทั้ง 2 นิ้วด้วยค่ะ กดแน่นๆ(=สแกน 3 ครั้ง) รอให้มันปี๊ดแล้วค่อยเอาออก เปลี่ยนข้างนะคะ

7.จุดสัมภาษณ์กับคนอเมริกันตัวจริง >> ก็ยื่นแฟ้มให้ แล้วก็สัมภาษณ์ๆๆๆๆๆ ระหว่างสัมภาษณ์ เค้าก็จะให้เราสแกนนิ้ว โดยสุ่มมา 1 นิ้ว มา matching กับ ตอนสแกนครั้งแรกด้วยค่ะ เราโดนนิ้วโป้งข้างขวา (ตอนแรกก็นึกว่าให้ทำนิ้วตามรูปตัวอย่าง เลยจะเอานิ้วนั้นลงตอนแรก เพราะฉะนั้นฟังเค้าดีๆว่าจะให้สแกนนิ้วไหนก่อนนะคะ อย่าเอ๋อแบบคนเขียน)

 

คำเตือน**เข้ามาในสถานฑูตแล้วกรุณาปิดเครื่องนะคะ ห้ามคุยโทรศัพท์เด็ดขาด ไม่งั้นจนท.จะว่าคุณได้ คนที่สัมภาษณ์พร้อมคนเขียนโดนมาแล้ว

 

สรุปอีกซักที

List รายการที่ต้องจ่าย

1)      Pin เพื่อเอาไว้จองวันสัมภาษณ์วีซ่า (ตัว pin รู้สึกจะซื้อผ่านเนตได้นะคะ แต่ไม่เคยลอง)

2)      ค่าวีซ่า จ่ายที่ ไปรษณีย์ไทยเช่นกัน เค้าจะมีให้ติ๊กว่าเป็นวีซ่าประเภทอะไร Rate ก็จะต่างกัน

3)      SEVIS FEE จ่ายผ่านเวป https://www.fmjfee.com/i901fee/ ต้องมีรหัส I-20 ถึงจะจ่ายได้

 

หวังว่าคงช่วยได้บ้างนะคะ เขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

 

Noya

Jun 29th, 2011

 

 

[US Student VISA] My experience!!

posted on 31 May 2011 13:23 by memyselfandi  in My-life

พอดีเคยเอาไปโพสในเวป pantip ห้องไกลบ้าน เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์เลยเอามาลงที่นี้ด้วยนะคะ

ในที่สุดก็ได้มาแล้วค่ะ VISA F-1 ที่กว่าจะได้มาช่างยากเย็น ~

สรุปเอกสารที่เค้าเอาไปก่อนนะคะ (เอกสารอื่นใส่ไปแต่เค้าคัดออกหมดเลย เค้าบอกว่าอันอื่นเจ้าหน้าที่จะขอเอง)
1.Passport เล่มใหม่+Passport เล่มเก่าที่มี VISA เก่าอยู่ (พอดีเคยทำท่องเที่ยวมาแล้วครั้งนึงค่ะ)
2. I-20
3.ใบเสร็จ SEVIS FEE
4.Transcript/ใบจบ
5.ค่า VISA $140
6.จดหมายที่ได้จากทางมหาลัย (ทั้งของที่เรียนภาษากับของที่ตอบรับ Master)

::: คำถามที่เค้าถาม ::: ถามเป็นภาษาอังกฤษนะคะ
1. ทำไมจะเข้า US?
2.เรียนอะไร
3.เรียนเกี่ยวกับอะไร
4.ทำไมถึงเรียนคณะนี้
5.กลับมาไทยจะทำงานอะไร
6.จบอะไรมา คณะอะไร (พอดีเค้าเปิดไปเจอ Transcript)
7.ใครออกค่าใช้จ่ายให้/แล้วพ่อแม่ทำงานที่ไหน
8.ทำงานที่ไหนมาก่อน?(พอดีออกมาได้เกือบ 8 เดือนแล้วค่ะ)

ถามแค่นี้อะคะ แอบน้อย ไม่ถามด้วยว่าจะไปอยู่ที่ไหน

::: คนสัมภาษณ์ :::
ช่องที่ได้เบอร์ 13 เป็นฝรั่งผู้หญิงผม Blond หน้าตาน่ารัก ใจดี แต่น่าจะพูดไทยไม่ได้ พูดได้แต่ 'สวัสดีค่ะ' แต่สำเนียงฟังง่ายค่ะ

วันที่ไป คนก่อนหน้าผ่านกันหมดเลย ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกันค่ะ

::: Pitstop ต่างๆในสถานฑูต :::

1.ประตูเข้า >> ต่อแถวก่อน ไปก่อนเวลาซัก 1 ชม.กำลังดีค่ะ ถึงยังไม่ใช่เวลานัด เค้าก็จะปล่อยให้เราเข้าไปข้างใน เป็นเซตๆ อย่าพรวดพราดเข้าไปนะคะ ให้เค้าเรียกก่อน
2.จุดเช็คชื่อ >> ยื่นให้เค้าแต่ ใบ Confirmation DS-160 กับ Passport เล่มใหม่ เค้าจะเขียน บน ใบ Confirmation แล้วก็คืนมาค่ะ
3.จุดฝากเครื่องใช้ Electronic >> ฝากมือถือ/และของตระกูล I เช่นIphone/Ipad/Ipod/BB/กล้อง/เพจเจอร์(ยังจะมีกันอยู่ไหมเนี่ย)/laptop และอื่นๆ เค้าจะให้บัตรสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆมา แล้วก็อย่าลืมหยิบที่ห้อยบัตรมาด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในการถือ จะได้ไม่หล่นหายด้วย
4.จุดสแกนร่างกาย >> กระเป๋าก็ต้องโดนสแกนด้วยนะคะ
**ก่อนออกจากห้องนี้อย่าลืมหยิบใบฟ้าๆที่ไว้กรอกข้อมูลที่อยู่เราด้วยนะคะ

5.จุดคัดแยกเอกสาร >> ก็เอาเอกสารของเราไปให้เค้าดู ว่าจะเอาอันไหนบ้าง แล้วเค้าก็จะคัดออกมาให้เราเก็บไว้ เอกสารที่เค้าจะใช้ ก็จะมีแฟ้มใสใส่เองค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเอา Portfolio อลังไปนะคะ เดี๋ยวจะเสียเวลาหยิบออกกัน จากนั้นเค้าจะให้เราไปเขียนใบฟ้านั้น แล้วกลับมาหาเค้าอีกที แล้วเค้าจะบอกว่าเราต้องไปช่องไหนต่อค่ะ
6.จุดสัมภาษณ์เบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ไทย+สแกนนิ้วด้วย >> ก็ยื่นเอกสารที่จุด 5 คัดให้แล้วเค้าก็จะถามเบื้องต้น ไปทำอะไร ขอวีซ่าอะไร ไปนานแค่ไหน มีญาติอยู่ที่นั้นไหม กรอกฟอร์มนี้เองไหม มีคนนึงข้างหน้าเรา เค้าคงทำ DS-160 ผิดไป ไปกรอกว่า passport นี้ออกที่ Taiwan คือ ประเทศเรากับ Taiwan มันใกล้กันใน drop down listอะคะ เพราะฉะนั้น เวลากรอก DS-160 ระวังด้วยนะคะ!!! ...... จากนั้นเค้าจะให้คืนแฟ้มใส+บัตรคิวสัมภาษณ์วีซ่าให้เรา อ๋อ มีให้สแกนนิ้วมือด้วย ทั้งสองข้าง(4นิ้วชิด)+หัวแม่โป้งทั้ง 2 นิ้วด้วยค่ะ กดแน่นๆ(=สแกน 3 ครั้ง) รอให้มันปี๊ดแล้วค่อยเอาออก เปลี่ยนข้างนะคะ
7.จุดสัมภาษณ์กับคนอเมริกันตัวจริง >> ก็ยื่นแฟ้มให้ แล้วก็สัมภาษณ์ๆๆๆๆๆ ระหว่างสัมภาษณ์ เค้าก็จะให้เราสแกนนิ้ว โดยสุ่มมา 1 นิ้ว มา matching กับ ตอนสแกนครั้งแรกด้วยค่ะ เราโดนนิ้วโป้งข้างขวา (ตอนแรกก็นึกว่าให้ทำนิ้วตามรูปตัวอย่าง เลยจะเอานิ้วนั้นลงตอนแรก เพราะฉะนั้นฟังเค้าดีๆว่าจะให้สแกนนิ้วไหนก่อนนะคะ อย่าเอ๋อแบบเรา 55+)

คำเตือน**เข้ามาในสถานฑูตแล้วกรุณาปิดเครื่องนะคะ ห้ามคุยโทรศัพท์เด็ดขาด ไม่งั้นจนท.จะว่าคุณได้

หวังว่าคงช่วยได้บ้างนะคะ เขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

ขอให้ทุกคนได้วีซ่ากันถ้วนหน้านะคะ!!!

edit @ 31 May 2011 13:24:19 by - Noya -